แนวข้อสอบ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ 2546 พร้อมเฉลย

  1. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2553 เป็นฉบับที่เท่าไร
  • ฉบับที่ 1                                                               ค. ฉบับที่  3
  • ฉบับที่ 2                                                               ง. ฉบับที่  4

ตอบ   ข. ฉบับที่  2

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓”

  1. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2553  ให้ไว้ ณ  วันใด
  • 12 กรกฎาคม 2553 ค. 22 กรกฎาคม 2553
  • 13 กรกฎาคม 2553 ง. 23 กรกฎาคม 2553

ตอบ   ก. 12 กรกฎาคม 2553

พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2553  ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓  เป็นปีที่ ๖๕ ในรัชกาลปัจจุบัน

  1. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2553 เป็นปีที่เท่าไรในรัชกาลปัจจุบัน
  • 22 ค. 56
  • 23 ง. 65

ตอบ  ง. 65       ( ดูคำอธิบายข้อ 2 )

  1. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2553 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันใด
  • 12 กรกฎาคม 2553 ค. 22 กรกฎาคม 2553
  • 13 กรกฎาคม 2553 ง. 23 กรกฎาคม 2553

ตอบ   ค. 22 กรกฎาคม 2553

พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2553 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๓  เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๔๕ ก

  1. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2553 ใช้บังคับวันใด
  • 13 กรกฎาคม 2553 ค. 23 กรกฎาคม 2553
  • 14 กรกฎาคม 2553 ง. 24 กรกฎาคม 2553

ตอบ  ค. 23 กรกฎาคม 2553

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

  1. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2553 มีกี่มาตร
  • 6 ค. 7
  • 5 ง. 4

ตอบ  ก. 6

  1. ใครเป็นผู้รักษาการ ตาม พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2553
  • นายกรัฐมนตรี ค. รัฐมนตรี
  • รองนายกรัฐมนตรี ง. ปลัดกระทรวง

ตอบ   ค. รัฐมนตรี

มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

  1. ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2553 คือใคร
  • นายกรัฐมนตรี ค. รัฐมนตรี
  • รองนายกรัฐมนตรี ง. เลขาธิการ

ตอบ  ก. นายกรัฐมนตรี

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ  คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี

  1. ให้ตรา พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2553 ตามข้อใด
  • คำแนะนำของรัฐสภา ค. คำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา
  • คำยินยอมของรัฐสภา ง. คำแนะนำและยินยอมของสภาการศึกษา

ตอบ   ค. คำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา

  1. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2553  มีผลใช้บังคับวันใด
  • วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
  • วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
  • ครบกำหนดเก้าสิบวันหลังวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
  • ครบกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันหลังจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ตอบ   ข. วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  1. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2553  ยกเลิก มาตราใดใน พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546
  • มาตรา 33 ค. มาตรา 37
  • มาตรา 35 ง. มาตรา 39

ตอบ   ก. มาตรา 33

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๓ การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ยึดเขตพื้นที่การศึกษาโดยคำนึงถึงระดับของการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวนสถานศึกษา จำนวนประชากร วัฒนธรรมและความเหมาะสมด้านอื่นด้วย เว้นแต่การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคำแนะนำของสภาการศึกษามีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานแบ่งเป็นเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา

ในกรณีที่สถานศึกษาใดจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาการกำหนดให้สถานศึกษาแห่งนั้นอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาใด ให้ยึดระดับการศึกษาของสถานศึกษานั้นเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดการศึกษาหรือมีเหตุผลความจำเป็นอย่างอื่นตามสภาพการจัดการศึกษาบางประเภท คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานอาจประกาศกำหนดให้ขยายการบริการการศึกษาขั้นพื้นฐานของเขตพื้นที่การศึกษาหนึ่งไปในเขตพื้นที่การศึกษาอื่นได้”

  1. การบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ยึดตามข้อใด
  • ประกาศคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • ยึดกฎกระทรวง
  • ยึดระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • เขตพื้นที่การศึกษา

ตอบ   ง. เขตพื้นที่การศึกษา

  1. ใครเป็นผู้มีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นที่มัธยมศึกษา
  • ปลัดกระทรวงตามคำแนะนำของสภาการศึกษา
  • รัฐมนตรีตามคำแนะนำของสภาการศึกษา
  • รัฐมนตรีตามคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • เลขาธิการตามคำแนะนำสภาการศึกษา

ตอบ  ข. รัฐมนตรีตามคำแนะนำของสภาการศึกษา

มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคำแนะนำของสภาการศึกษามีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่การศึกษาสำหรับเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวัน

นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

  1. กรณีที่สถานศึกษาใดจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาให้ยึดตามข้อใดในการอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษา
  • เป้าหมายการจัดการศึกษา ค. ระดับการศึกษาของสถานศึกษา
  • ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ง. ที่ตั้งของสถานศึกษา

ตอบ  ค. ระดับการศึกษาของสถานศึกษา

  1. การดำเนินการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวกับสถานศึกษาเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าจะอยู่ในอำนาจหน้าที่ของเขตพื้นที่การศึกษาใดให้เป็นไปตามข้อใด
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกำหนดโดยคำแนะนำของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • เลขาธิการคณะกรรมกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • เลขาธิการคณะกรรมกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดโดยคำแนะนำของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ตอบ  ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

  1. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่การศึกษาสำหรับเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นที่มัธยมศึกษาต้องทำให้แล้วเสร็จตามข้อใด
  • 90 วัน                                                                   ค. 90 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศใช้
  • 180 วัน                                                                 ง. 90 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ตอบ  ง. 90 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ  ( ดูคำอธิบายข้อ  13 )

  1. ข้อใด ไม่ใช่ เหตุผลในการประกาศใช้ พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2553
  • ความไม่คล่องตัวในการบริหารราชการ
  • ให้การบริหารการศึกษามีประสิทธิภาพ
  • ให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
  • ให้การบริหารและการจัดการศึกษามีประสิทธิผล

ตอบ   ง. ให้การบริหารและการจัดการศึกษามีประสิทธิผล

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การจัดระเบียบบริหารราชการในเขตพื้นที่การศึกษากำหนดให้แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาประกอบด้วยการศึกษาระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา ซึ่งมีการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานรวมอยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ทำให้เกิดความไม่คล่องตัวในการบริหารราชการ สมควรแยกเขตพื้นที่การศึกษาออกเป็นเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เพื่อให้การบริหารและการจัดการศึกษามีประสิทธิภาพ อันจะเป็นการพัฒนาการศึกษาแก่นักเรียนในช่วงชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาให้สัมฤทธิผลและมีคุณภาพยิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

  1. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546  เกิดจากกฏหมายในข้อใด
  • พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542
  • รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540
  • พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534
  • พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545

ตอบ   ก. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542

  1. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษา พ.ศ. 2546 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อใด

ก. 1 กรกฏาคม 2546                                                  ค. 7 กรกฏาคม 2546
ข. 6 กรกฏาคม 2546                                                  ง. 8 กรกฏาคม 2546
ตอบ  ข. 6 กรกฏาคม 2546

  1. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษา พ.ศ. 2546 มีผลบังคับใช้วันใด
    ก. 1 กรกฏาคม 2546 ค. 7 กรกฏาคม 2546
    ข. 6 กรกฏาคม 2546                                                  ง. 8 กรกฏาคม 2546
    ตอบ   ค.7 กรกฏาคม 2546

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

  1. พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มีกี่หมวดและกี่มาตรา
    ก. 4 หมวด 1 บทเฉพาะกาล
    ข. 5 หมวด 1 บทเฉพาะกาล
    ค. 5 หมวด 82 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล
    ง. 5 หมวด 1 บทเฉพาะกาล รวม 82 มาตรา
    ตอบ ง.5 หมวด 1 บทเฉพาะกาล รวม 82 มาตรา

หมวด ๑  การจัดระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง

หมวด ๒ การจัดระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา

หมวด ๓  การจัดระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล

หมวด ๔  การปฏิบัติราชการแทน

หมวด ๕  การรักษาราชการแทน

  1. ข้อใด ไม่ใช่ การจัดระเบียบบริหาราชการกระทรวงศึกษาธิการ
  • ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง
  • ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา
  • ระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล
  • ระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล

ตอบ  ค. ระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล

มาตรา ๖ ให้จัดระเบียบราชการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้

(๑) ระเบียบบริหารราชการในส่วนกลาง

(๒) ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา

(๓) ระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล

  1. การแบ่งส่วนราชการในส่วนกลางในกระทรวงศึกษาธิการมีกี่ส่วนราชการ
  • 6 ส่วนราชการ                                                    ค. 4  ส่วนราชการ
  • 5 ส่วนราชการ                                                    ง. 3  ส่วนราชการ

ตอบ  ก. 6  ส่วนราชการ

มาตรา ๑๐ การแบ่งส่วนราชการในส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ โดยให้มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้

(๑) สำนักงานรัฐมนตรี

(๒) สำนักงานปลัดกระทรวง

(๓) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

(๔) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

(๕) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

(๖) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ส่วนราชการตาม (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) มีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นกรมตามกฎหมายว่า

ด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

  1. ข้อใดไม่มีฐานะเป็นกรมในกระทรวงศึกษาธิการ
  • สำนักงานปลัดกระทรวง ค. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
  • สำนักงานรัฐมนตรี ง. มีฐานะเป็นกรมทั้ง  ก  ข และ  ค

ตอบ  ข. สำนักงานรัฐมนตรี  ( ดูคำอธิบายข้อ 23 )

  1. การแบ่งส่วนราชการภายในส่วนราชการในส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ ต้องทำเป็นกฎหมายใด
  • พระราชกฤษฎีกา
  • ประกาศกระทรวง
  • กฏกระทรวง
  • ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ตอบ   ค. กฏกระทรวง               

มาตรา ๑๑ การแบ่งส่วนราชการภายในส่วนราชการตามมาตรา ๑๐ ให้ออกเป็นกฎกระทรวงและให้ระบุอำนาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการแบ่งส่วนราชการดังกล่าว